COMPETTITION II

posted on 08 Aug 2008 14:11 by cokecola

 

Image Hosting by PictureTrail.com

 

การวิจัย (Research)- จากการวิจัยพบว่าปัจจุบันประชาชนรักษาสุขภาพกันมากขึ้น หันไปบริโภคเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ   มากขึ้น ทำให้ปริมาณผู้บริโภคลดลง จะพบว่าการตลาดมีความรุนแรงมากขึ้น และประชาชนนิยม  ดื่มผลิตภัณฑ์เป็ปซี่มากกว่าโค้ก เนื่องจากรสชาติที่ไม่หวานมากเกินไป และทางฝั่งเป็ปซี่มีการ  โฆษณาที่ต่อเนื่องตลอดเวลา และผู้บริโภคในตลาดนี้ไม่ค่อยมีความจงรักภักดีต่อตราสินค้ามากนักการสรุป (Conclusion After Analysis)- ด้วยความที่เป็นผลิตภัณฑ์มีรสชาติหวาน ซ่า ดับกระหายได้ดีจึงทำให้ถูกใจคนรุ่นใหม่ และเป็น   ผลิตภัณฑ์ที่มีผู้บริโภคในจำนวนมาก โดยมีการวางแผนประชาสัมพันธ์โดยการใช้พรีเซ็นเตอร์      และมีการใช้กลยุทธ์ที่กระตุ้นผู้บริโภคให้มีการซื้อสินค้ามากขึ้น การสร้างแนวความคิดและพัฒนางานโฆษณา (Concept & Execution)-โดยโค้กจะใช้กลุ่มนักแสดงจากภาพยนตร์เรื่องSeasons Change มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ถ่ายทอด  เรื่องราวของมิตรภาพระหว่างเพื่อนเข้ามาใช้ในการโฆษณาแนวคิดของแคมเปญโฆษณา   ห้องสมุดนี้ พูดถึงโค้กในฐานะ เป็นตัวเชื่อมความรู้สึกที่ดีระหว่างผู้คนในทุก ๆ กลุ่ม ไม่ว่าจะ  เป็นสถานการณ์ใด โค้กเป็นเสมือนภาษาสากลของวัยรุ่นทั่วโลก ภาพยนตร์เรื่องห้องสมุดนี้จึง  สื่อถึงการสื่อภาษาของวัยรุ่นยุคใหม่ และความสดใส โดยมีโค้กเป็นสื่อกลางในการสร้างมิตรภาพ  ในกลุ่มวัยรุ่น โดยแคมเปญภาพยนตร์โฆษณาชุดนี้มุ่งเจาะกลุ่มวัยรุ่นทั่วประเทศ และคาดว่าสร้าง  กระแสฮิตการสร้างสรรค์มิตรภาพผ่าน โค้กให้ฮิตทั่วประเทศอย่างรวดเร็ว
  Pepsi มีการโยงตราสินค้าเข้ากับมิวสิคแคมเปญครั้งใหญ่ เป็ปซี่ พลังดนตรีทุกที่ทุกเวลาโดย
  เป๊บซี่เชื่อว่า ดนตรีคือ วัฒนธรรมการสื่อสารไร้ขีดจำกัดที่เชื่อมให้ผู้คนเกิด  ความรู้สึกที่ดีต่อกัน    ก่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ และช่วยให้ผู้คนได้ปลดปล่อยความเป็นตัวของ  ตัวเองออกมาได้  ทุกๆ ที่ในโลกใบนี้การวางแผนการรณรงค์ (Campaign)-โค้กใช้คอนเซ็ปของมิตรภาพระหว่างเพื่อนที่มีโค้กเป็นตัวเชื่อมโยงให้เกิดสายสัมพันธ์ระหว่าง   เพื่อน ส่วนเป็ปซี่ใช้คอนเซ็ปพลังดนตรีทุกที่ทุกเวลา หรือ มิวสิคแคมเปญการวางแผนรณรงค์ติดตาม (The Follow-up Campaige)-เป็ปซี่ใช้แนวความคิดสร้างสรรค์ที่ว่า พลังดนตรีทุกที่ทุกเวลา โดยจับเอานักร้องระดับโลก  คริสติน่า อากีเลร่า มาเป็นผู้นำเอาวัฒนธรรมทางดนตรีจากทั่วโลกมาผสมผสานกัน ซึ่งเป็นภาษาที่ทุก  คนทั่วโลกใช้ร่วมกัน และใช้กลุ่มนักล่าฝันAF มาเป็นตัวแทนของกลุ่มคนรุ่นใหม่ อีกทั้งยังมีการจัด คอนเสิรต์ของกลุ่มนักล่าฝันโดยเป็ปชี่ และยังมีการมอบโอกาสให้ผู้บริโภคได้ลุ้นรางวัลมิวสิค โฟน  Sony Ericcson W850i   พร้อมลำโพง Music Desk Stand MDS-60 จำนวนถึง 500 รางวัล  รวมมูลค่ากว่า 8 ล้านบาท ให้ผู้บริโภคได้สนุกกับเพลงโดนใจได้ทุกที่ทุกเวลา พร้อมรับ "กระเป๋าเป้ เป๊ปซี่มิวสิค" สุดเท่ ที่เป๊ปซี่เตรียมไว้ให้ผู้บริโภคได้แลกซื้อด้วยวิธีง่ายๆ อีกด้วย-โค้กใช้แนวความคิดสร้างสรรค์ว่า “Coke Connect” ส่งท้ายปลายปี ปล่อยหมัดเด็ดด้วยภาพยนตร์โฆษณาชุดล่าสุด ห้องสมุดที่คาดว่าจะโดนใจวัยรุ่นแบบสุด ๆ เพราะได้ 2 ดาราวัยรุ่นสุดฮอตจากภาพยนตร์ season change “บอล-ต่ายมาเป็นนักแสดงนำเพื่อสื่อสารเกี่ยวกับการสร้างมิตรภาพใหม่ระหว่างเพื่อนโดยมี โค้กเป็นสื่อ คาดสร้างกระแสฮิต มิตรภาพผ่านโค้กพร้อมการต้อนรับสนั่นหวั่นไหวจากผู้ชมทั่วประเทศแน่นอน นอกจากภาพยนตร์โฆษณาเรื่องดังกล่าวแล้ว โค้กได้เตรียมกิจกรรมส่งเสริมการขายและสื่อส่งเสริมการตลาดครบวงจรเพื่อสนับสนุนการเปิดตัวแคมเปญโฆษณาชุด ห้องสมุดอาทิ สื่อโฆษณาสิ่งพิมพ์ วิทยุ และโทรทัศน์ สื่อกลางแจ้ง และสื่อโฆษณา ณ จุดขายในร้านค้าสะดวกซื้อ รวมถึงกิจกรรมพิเศษกับร้านค้าและร้านโมเดิร์นเทรดต่าง ๆ และโค้กส่งโปรโมชั่นพิเศษสุดซ่า รับปลายปีโค้กซ่ากล้าให้แจกโทรศัพท์มือถือโมโตโรล่ารุ่นล่าสุด กว่า 20,000 เครื่อง เพื่อคืนกำไรให้กับลูกค้ารับปลายปี ตอกย้ำความแข็งแกร่งของตราผลิตภัณฑ์โค้ก ที่เป็นสื่อกลางในการสร้างและกระชับความสัมพันธ์ที่ดีให้กับผู้คนในทุกโอกาสและเทศกาล โดยจับมือกับพันธมิตร โมโตโรล่าและทรู แจกโทรศัพท์มือถือโมโตโรล่ารุ่นใหม่ล่าสุด กว่า 20,000 เครื่อง ที่มาพร้อมซิมมูลค่ากว่า 300 บาทให้คอโค้กโทรฟรีได้ทันที 2 เดือน

edit @ 9 Aug 2008 01:07:09 by CokeCola

COMPETTITION..

posted on 08 Aug 2008 13:58 by cokecola

การพัฒนางานสร้างสรรค์

Product Coke กับ Pepsi

 

 

Image Hosting by PictureTrail.com

 

 

วิเคราะห์

ตัวผลิตภัณฑ์ (Product)

-  เป็นผลิตภัณฑ์น้ำอัดลมประเภทน้ำดำและช่วยดับกระหาย มีหลากหลายขนาด ทั้ง 2ลิตร , 1.5ลิตร  

   500มิลลิลิตร, 15ออนซ์, 10ออนซ์ และแบบกระป๋อง มีราคาย่อมเยาว์ มีการวางจำหน่ายทั่วไปทั้ง

   ตามร้านค้าปลีกย่อยจนถึงขนาดใหญ่ ผลิตภัณฑ์มีทั้งแบบธรรมดาและแบบ diet เป็นผลิตภัณฑ์ที่

   ขายดีในช่วงฤดูร้อน แต่มียอดขายดีทั้งปี

จุดเด่นและจุดด้อยของผลิตภัณฑ์

- จุดเด่นคือ เป็นผลิตภัณฑ์ดับกระหายที่มีรสชาติหวาน ซ่า หลากหลายขนาด ราคาย่อมเยาว์

- จุดด้อยคือ เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคาเฟอีน รสชาติไม่หลากหลาย

กลุ่มเป้าหมาย (Target Group)

- กลุ่มคนอายุ 18 30 ปี มีรูปแบบการดำเนินชีวิตที่ชอบเข้าสังคม ฉลากที่จะเลือกตราสินค้าที่ 

   เหมาะกับตนเอง แสดงให้เห็นความเป็นตัวของตัวเอง มีความสนใจในสิ่งรอบตัว กล้าที่จะ

   ตัดสินใจ รักเพื่อนฝูง

สถานการณ์ทางการตลาด (Marketing Situation)

- ปัจจุบันมูลค่าของตลาดน้ำอัดลมของประเทศไทยจาก 22,000,000,000 ถึง 18,000,000,000    

   ประจำปีถูกทำให้น้อยลง เครื่องดื่มโคล่ายืนยันหุ้น 60.6% โดย Coke มีการขายภายในประเทศ

   รวมเป็น 11,600,000 บาทต่อหนึ่งวัน และธุรกิจกำลังขยายแข็งแรงทั้งๆที่มีภาวะเศรษฐกิจถดถอย

   และมีคู่แข่งที่แข็งแกร่งมากและได้รับความนิยมสูงเป็นอันดับหนึ่ง ซึ่งเป็นคู่แข่งทางตรง

   นอกจากนี้ยังมีตลาดน้ำอัดลมสีต่างๆ ที่ได้รับความนิยมเช่นกัน รวมไปถึงเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ   

   เช่น น้ำชาเขียว ชาขาว น้ำส้ม เป็นต้น และมีการใช้สื่อโฆษณาโจมตีกันอย่างรุนแรง

คู่แข่ง (Competitors)

- Pepsi มีการโยงตราสินค้าเข้ากับมิวสิคแคมเปญครั้งใหญ่ เป็ปซี่ พลังดนตรีทุกที่ทุกเวลา โดยมี

  การแจกมิวสิคโฟน 500 เครื่องพร้อมย้ำความมันส์สะใจคอเพลงด้วย "เป๊ปซี่ AF มูฟ เต็มแมกซ์

  คอนเสิร์ต" โดยเป๊บซี่เชื่อว่า ดนตรีคือ วัฒนธรรมการสื่อสารไร้ขีดจำกัดที่เชื่อมให้ผู้คนเกิด

  ความรู้สึกที่ดีต่อกัน ก่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ และช่วยให้ผู้คนได้ปลดปล่อยความเป็นตัวของ

  ตัวเองออกมาได้ทุกๆ ที่ในโลกใบนี้ นี่จึงเป็นที่มาของแคมเปญ เป๊ปซี่ พลังดนตรีทุกที่ทุกเวลา

  มิวสิคแคมเปญฟอร์มยักษ์ที่จะสร้างความกระหึ่มให้แก่ตลาดน้ำอัดลมในปีนี้ได้อีกครั้ง ภายใต้

  แนวคิด "Everywhere Music" เป๊ปซี่มุ่งตอกย้ำภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ที่โดนใจผู้บริโภค

  กลุ่มเป้าหมาย ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ที่รักความสนุกสนาน ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่และชื่นชอบการมี

  เสียงเพลงติดตัวไปทุกที่ ด้วยการสร้างสรรค์นวัตกรรมมิวสิคมาร์เก็ตติ้งในรูปแบบของ มิวสิคแพ็ค

  จำนวน 3 มิวสิคแพ็ค ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ทางดนตรีหลากหลายมิติที่จะปลดปล่อยความอิสระของ

  เสียงเพลงและดนตรีให้กับผู้บริโภคในทุกที่ทุกเวลา โดยแพ็คที่ 1 เป๊ปซี่ส่งภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่

  ที่เป็นการผสมผสานวัฒนธรรมทางดนตรีจากทั่วโลก โดยมี "คริสติน่า อากีเลร่า นักร้องซูเปอร์

  สตาร์ ราชินีเพลงป๊อปชื่อดังเป็นผู้แสดงนำ ออกมาสร้างความใกล้ชิดระหว่างแบรนด์เป๊ปซี่และ

  วัยรุ่นมากยิ่งขึ้นอีก โดยจะออกอากาศอย่างจุใจ 60 วินาทีเต็ม ผ่านจอภาพยนตร์ขนาดยักษ์เต็มที่กับ

  ระบบเสียงสุดยอดในโรงภาพยนตร์ชั้นนำทุกเครือ แพ็คที่ 2 ดื่มเป็ปซี่เติมพลังดนตรีกับโปรโมชั่น

  เป็ปซี่ ปฏิบัติการล่าโซนี่ อิริคสัน วอล์แมนโฟน  โดยเป๊ปซี่นำ 4 ดาวรุ่งสุดฮอตจากอคาเดมี แฟน

  เทเซียปีที่ 3 คือ ตุ้ย-เกียรติกมล ล่าทา, ตูน-ธัชพล ชุมดวง, โด่ง-ศิระ รัตนโภคาสถิต และ ซาร่า-นลิน

  ธารา โฮเลอร มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับโปรโมชั่นใหม่ล่าสุด "เป๊ปซี่ ปฏิบัติการล่าโซนี่ อีริคสัน

  วอล์คแมนโฟน" ถ่ายทอดแนวคิด "Pepsi Everywhere Music" ในแบบที่ไม่เคยมีแบรนด์ไหน

  ทำมาก่อน ด้วยการมอบโอกาสให้ผู้บริโภคได้ลุ้นรางวัลมิวสิค โฟน Sony Ericcson W850i  

  พร้อมลำโพง Music Desk Stand MDS-60 จำนวนถึง 500 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 8 ล้านบาท ให้

  ผู้บริโภคได้สนุกกับเพลงโดนใจได้ทุกที่ทุกเวลา พร้อมรับ "กระเป๋าเป้เป๊ปซี่มิวสิค" สุดเท่ ที่เป๊ปซี่

  เตรียมไว้ให้ผู้บริโภคได้แลกซื้อด้วยวิธีง่ายๆ อีกด้วย แพ็คที่3 ประสบการณ์ดนตรีพลังเป็บซี่ ทุกที่ทุก

  เวลา กับ เป็ปซี่ AF  มูฟเต็มแม็กซ์ คอนเสิร์ต  โดยเป๊ปซี่เตรียมปลดปล่อยพลังดนตรีแบบสุดพลัง

  เต้น ด้วยการสร้างปรากฏการณ์ดนตรีส่งท้ายปีที่จะสร้างความประทับใจแบบไร้ขีดจำกัดให้แฟนเป๊ป

  ซี่และแฟน AF ด้วยคอนเสิร์ตครั้งสำคัญครั้งแรกที่นำเอาหนุ่มสาวขาแดนซ์จากอคาเดมี แฟนเทเซีย

  ทั้ง 3 ปีถึง 12 คนมารวมตัวกันไว้ในคอนเสิร์ตเดียว ตั้งแต่ AF1 และ AF2 ได้แก่ วิทย์-พชรพล จั่น

  เที่ยง, ซีแนม สุนทร, ออฟ-ศุภณัฐ เฉลิมชัยเจริญกิจ, บอย-พิษณุ นิ่มสกุล และเปรี้ยว-อนุสรา วันทอง

  ทักษ์ มาจนถึง AF3 ที่ยกพลนักร้องขวัญใจคนชอบเต้นมากันครบทั้ง ตุ้ย-เกียรติกมล ล่าทา, ตูน-ธัช

  พล ชุมดวง, โด่ง-ศิระ รัตนโภคาสถิต และ ซาร่า-นลินธารา โฮเลอร์ รวมถึง ต้า-สักกทัศน์ กุลไพศาล,

  บอย-สิทธิชัย ผาบชมพู และ เพชร-พชร พูลสวัสดิ์ ที่จะมารวมตัวกันระเบิดความมันส์สุดพลังเต้นกัน

  ในคอนเสิร์ตครั้งนี้

edit @ 8 Aug 2008 14:10:17 by CokeCola

BRAND IMAGE..

posted on 08 Aug 2008 13:49 by cokecola

 

 

การสร้างภาพพจน์

 

 

                ผลิตภัณฑ์ สิ่งของ หรือคนสามารถเกิดมาโดยที่ไม่มีใครรู้จัก แต่ก็กลายเป็นที่กล่าวขวัญไปทั่วโลกได้ เช่น โคคา โคล่า มาริลิน มอนโร หรือเดอะบีทเติ้ลล์ อะไรคือสาเหตุของความสำเร็จ และทำไมโคคา โคล่าจึงเขี่ยคู่แข่งนับ 10 รายให้กระเด็นออกไปจากเส้นทางได้

                ไม่ใช่เพียงเพราะความมีเหตุมีผลของผลิตภัณฑ์   หรือเพราะแผนการตลาด หรือคณะทำงานที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี การที่อะไรสักอย่างจะเปลี่ยนตัวเองจากธรรมดาๆ ขึ้นมาเป็นตำนานได้นั้น จำเป็นจะต้องมีแผนการโฆษณาที่ชาญฉลาดและการทำงานอย่างต่อเนื่อง เน้นของดีของผลิตภัณฑ์เพื่อผูกใจผู้บริโภค โรแลนด์ บาร์ธิส กล่าวไว้ว่าตำนานมิใช่เรื่องราวที่บอกเล่าแต่เป็นวิธีที่จะบอกเล่าต่างหาก ดังนั้นโคคา - โคล่าจึงดึงดูดความสนใจของผู้บริโภคมาที่ตัวของมัน ด้วยการใช้วิธีสื่อความหมายสมัยใหม่ซึ่งมักจะทำให้ได้ผลดีเต็มที่เสมอ

                ไม่ใช่เพียงแค่แผนการโฆษณาเท่านั้น ที่สามารถอธิบายถึงความสำเร็จ แต่เป็นอะไรบางอย่างที่อยู่เหนือกฎเกณฑ์และทฤษฎี ถ้าสิ่งนั้นอยู่ในตัวเราก็อาจจะเรียกว่า ความสามารถพิเศษ

                บุคลิกของผลิตภัณฑ์เกิดจากการรวมตัวของสิ่งต่างๆ ทั้ง ชื่อ ภาชนะบรรจุ ราคา และการโฆษณาบวกกับ สิ่ง ที่พิเศษนั้นด้วย

 

 

Image Hosting by PictureTrail.com

ดื่มภาพพจน์

                ทำไมใครๆ จึงดื่มโคคา โคล่ามากกว่าเครื่องดื่มอื่นๆ อาจเป็นเพราะคู่แข่งพยายามจะทำเลียนแบบหรือไม่ คำตอบคือไม่เกือบจะทั้งหมด ทุกคนเลือกดื่มเพราะภาพพจน์ของโคคา โคล่า เป็นอย่างเดียวกันกับผู้บริโภค พวกเขาเลือกดื่มไม่ใช่เพียงเพราะคุณภาพที่แท้จริงเท่านั้น แต่เหนือสิ่งใดเป็นเพราะภาพพจน์ที่เครื่องดื่มนี้สร้างขึ้นมา

                ตัวแทนโฆษณาผู้มีชื่อเสียงชาวอเมริกัน เดวิด  โอกีลวี่ กล่าว่า ให้ใครสักคนชิม โอลด์ โครว์ แล้วบอกว่าคือ โอลด์ โครว์ แล้วให้เขาชิมอีกครั้งแต่บอกว่ามันคือ แจ็ค แดเนียส์ แล้วถามว่าชอบแก้วไหน คนนั้นก็จะตอบว่า 2 แก้วนี้ไม่เหมือนกัน ที่แท้จริงคนๆ นั้นกำลังชิมภาพพจน์  ใน การสร้างภาพพจน์ทุกประโยคต้องพูดถึงสิ่งเดียวกัน การโฆษณาคือผลิตภัณฑ์อย่างหนึ่งที่ต้องวางโครงการเกี่ยวกับภาพพจน์อย่างเดียวกันอย่างสม่ำเสมอ ปีแล้วปีเล่า

                ไม่ใช่ทุกคนจะเห็นด้วยโดยเฉพาะลูกค้าของบริษัทโฆษณา แต่สำหรับโคคา โคล่าได้พิสูจน์แล้วว่ากฎข้อนี้ถูกต้องและประสบความสำเร็จ วิธีการของโคคา โคล่านั้นหาได้ยากในประวัติศาสตร์โฆษณา เพราะเนื้อหาของมันต่อเนื่องด้วยวิธีการที่ต่างกันไป ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 1886 ที่เพมเบอร์ตั้นตัดสินใจโฆษณาเครื่องดื่มชนิดใหม่นี้ในหนังสือพิมฑ์ท้องถิ่น โดยกล่าวว่า อร่อย และ สดชื่น จนถึงปัจจุบันที่ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อยเท่านั้น ด้วยสโลแกนที่ค่อยๆ พัฒนาขึ้นให้ก้าวหน้าต่อไป แต่จะพบว่าแนวความคิดพื้นฐานเดิมนั้นไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลย ยังคงเป็นความสดชื่นซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิตเป็นสุข โดยเน้นความเป็นมิตรและความกรุณา จาก อร่อย สดชื่น ในปี 1886 จนถึง ต้องโค้กซิ ในปี 1982 ทั้งหมดมีใจความสำคัญอันเดียวกัน

                บางทีความแตกต่างที่สำคัญที่สุดจะอยู่ที่ ค่าใช้จ่าย 46 เหรียญในปี 1886 กับงบประมาณหลายล้านเหรียญของช่วง 2 3 ปีที่ผ่านมานี้อาจเป็นไปได้ แต่แน่นอนไม่ใช่เพียงแค่เรื่องเงินอย่างเดียว แต่ภาพพจน์ของผู้บริโภคนั้นก็เปลี่ยนไป โฆษณาของโคคา โคล่าจึงแสดงให้ผู้ดื่มมองให้ความร่วมสมัยที่อยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงในปัจจุบัน ซึ่งอาจจะแสดงถึงสิ่งที่ทำอยู่เสมอๆ แฟชั่นและขนบธรรมเนียมประเพณี  การดูโฆษณาของโคคา โคล่า เปรียบเสมือนกับการได้อ่านประวัติศาสตร์ของประเทศอเมริกาในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ในฮอลลีวู๊ดก็ดื่มโคคา โคล่า

                ตั้งแต่แรกแล้วที่โคคา โคล่า ใช้บุคคลที่มีชื่อเสียงมาเป็นพรีเซ็นเตอร์เพื่อรับรองคุณภาพ เริ่มตั้งแต่นักร้องโอปาร่า ลิเลียน นอร์ติก้า จนถึงผู้หญิงธรรมดาอย่าง ฮิลด้าคลาร์ด ยุคทองของโฆษณาบังเอิญตรงกับยุคทองของฮอลลีวู๊ดมีดาราที่มีชื่อเสียงหลายคนเป็นที่นิยมของประชาชน และคนที่ประชาชนทั่วไปฝันอยากจะเป็นก็เต็มใจที่จะให้ยืมใบหน้าเกลื่อนยิ้มมาปรากฏบนโฆษณา เพราโคคา โคล่า รู้ดีว่าผู้ดื่มจะนำเอาความสำเร็จดารามาเปรียบเทียบกับตนเมื่อตนดื่มเครื่องดื่มเดียวกันกับดารา ผลสำเร็จตกอยู่กับดาราและบริษัทเท่าๆ กัน มันเป็นชัยชนะที่แท้จริง

                การใช้ดารามาโฆษณาทำให้โค้กมีชื่อเสียงขึ้น แต่อย่าลืมว่านั่นเป็นยุคทองของฮอลลีวู๊ด ซึ่งเป็นโรงงานสร้างความฝันอันยิ่งใหญ่ โคคา โคล่า สามารถเข้าไปถึงความฝันนั้นได้เป็นอย่างดี ความฝันของคนอเมริกันทุกคนที่อยากมีความสุขประสบความสำเร็จมีเงิน มีความรักและเป็นวีรบุรุษ โคคา โคล่า จึงนำเอาความเหมือนกันในด้านที่ดีมาใช้ ซึ่งก็ทำให้ประสบผลสำเร็จ โดยเน้นว่าด้วยการดื่มโคคา โคล่า ฉันจะเป็นเหมือน.... หรือ ทุกสิ่งเป็นไปได้ขณะที่ฉันดื่มโค้ก

 

จากโฆษณาถึงสื่อมวลชน

 

 

Image Hosting by PictureTrail.com

                คนของโค้กในแอดแลนต้าร์มักจะเห่อของแปลกใหม่ ดังนั้นจึงกลายเป็นหนึ่งในกลุ่มแรกที่ใช้ความสว่างไสวด้วยแสงไฟของไทมส์ สแควร์ ในนิวยอร์คเป็นสถานที่ติดป้ายโคคา โคล่าและกระจายไปสู่ที่อื่นๆ ทั่วโลก ปัจจุบันมีป้ายโคคา โคล่ามากกว่า 20 ล้านแผ่นทั่วโลกที่คอยกระพริบเตือนให้เราดื่มโค้ก

                ความมั่นใจในแผนการโฆษณาโคคา โคล่าที่ลงทุนมหาศาลเป็นครั้งแรก เกิดจากประธานวู๊ดรัฟที่มองการณ์ไกลถึงความสำคัญของโฆษณา และเกิดจาก อาร์ซี ลี ตัวแทนบริษัทโฆษณา คาซี่ คอมปานี ซึ่งดูแลงบประมาณของโคคา โคล่า ตั้งแต่ปี 1906 จนถึงปี1956 ตู้เย็นทุกใบต้องมีโค้กแช่อยู่ นี่คือจุดมุ่งหมายของสโลแกนว่า ความปรารถนาที่ไม่ไกลเกินเอื้อม และพวกเขาทำสำเร็จ การทำเช่นนี้จำเป็นต้องเข้าถึงคนทุกชนชั้น โดยให้มีโฆษณาอยู่ในสื่อทุกแขนง

                ในปี 1904 โฆษณาหรูหราถูกนำไปติดบนกระดาษขนาดใหญ่ ซึ่งเจาะกลุ่มเป้าหมาย คือคนที่มีการศึกษาและร่ำรวยซึ่งไม่มีผลอะไรต่อคนที่อยากมีชีวิตแบบนั้นเลย การขายก็เป็นจุดหนึ่งที่มีความสำคัญมากที่สุด และได้รับความเอาใจใส่เป็นอย่างดีแม้กระทั่งในปัจจุบัน นอกจากนี้ยังต้องส่งเสริมการขายด้วยการแจกตัวอย่างฟรี มีของแถม ไม่ว่าจะเป็นปฎิทิน โปสเตอร์ ปากกา โปสการ์ด และอื่นๆ จนกลายเป็นของสะสมไปแล้ว แต่นั่นยังไม่ใช่เป้าหมายสำคัญ โคคา โคล่าต้องการสื่อที่กว้างไกลกว่านั้นในการส่งเสริมการขาย วิทยุ จึงเป็นสื่อระบบแรกที่จะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายตลอดอย่างแท้จริง ในระยะเวลาอันสั้นข่าวสารก็สามารถกระจายไปสู่ประชาชนอย่างกว้างขวาง โดยโค้กได้เป็นสปอนเซอร์รายการวิทยุครั้งแรกในปี 1927 ผ่านสถานีวิทยุ 14 แห่ง ซึ่งเป็นของบริษัทเนชั่นแนล บรอดคาสติ้ง นับตั้งแต่นั้น เสียง ของเครื่องดื่มโค้กจึงได้ยินไปไกลเกือบจะทั่วอเมริกานับเป็นการเริ่มต้นของยุคใหม่ทีเดียว

 

ชีวิตที่ดี

                ในศตวรรษที่ 20 ผู้คนหมกมุ่นอยู่กับตนเอง หมกมุ่นอยู่กับความพอใจในความปรารถนาด้านวัตถุและจิตใจตนเอง หมกมุ่นกับความต้องการของตนเอง รวมทั้งการแสวงหาหารพักผ่อนและความสุขให้กับตนเองมากขึ้นด้วย

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 แนวโน้มดังกล่าวยิ่งมีมากขึ้น และทวีความรุนแรงสูงขึ้น รถยนต์ บ้านและความสะดวกต่างๆกลายเป็นสิ่งที่หาซื้อกันมากขึ้น ความทันสมัยเหล่านี้ทำให้งานหนักน้อยลง ชีวิตที่ดีกลายเป็นความจริงของคนนับล้าน รวมทั้งคนก่อนสงคราม โคคา โคล่าจึงต้องปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนครั้งสำคัญนี้ ให้เป็นไปตามแบบการดำเนินชีวิตของผู้ดื่ม

ทันทีที่จำเป็นต้องเบนเข็มสู่เป้าหมายใหญ่ อาร์ซี่ลี ก็ตาย และบริษัทก็ไม่สามารถหาใครมาแทนได้ หลังจากประสบความสำเร็จมาครึ่งศตวรรษ บริษัทโคคา โคล่าจำเป็นต้องทิ้งบริษัทดาซี่ และทำสัญญาใหม่กับ แม็คแคน อีริคสัน (ปัจจุบันเป็นยักษ์ใหญ่ในวงการโฆษณาของโลก) และแม็คแคน ก็วางแผนสร้างภาพพจน์ให้โคคา โคล่า ได้อย่างถูกทิศทาง

 

โลกเป็นของคนหนุ่มสาว

                ยุคใหม่ย่อมหมายถึงผู้บริโภคคนใหม่ และหลังจากได้วิเคราะห์รานละเอียดของตลาด และปรากฏการณ์ทางสังคมที่เกิดขึ้น แม็คแคนจึงตัดสินใจแบ่งเป้าหมายออกเป็นส่วนๆ และเน้นไปที่เด็กวัยรุ่นในช่วงปี 1960 เมื่อมุ่งไปที่หนุ่มสาว โคคา โคล่า จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของคนหนุ่มสาว

                แต่ยังคงใจความสำคัญของการโฆษณาที่ผ่านมาไว้อย่างครบถ้วน บริษัทโฆษณาจึงเปลี่ยนแนวทางของภาพพจน์ รวมทั้งภาษาที่ใช้โดยใช้สื่อตัวใหม่คือโทรทัศน์ แม้ว่าวิทยุและสื่อมวลชนแขนงอื่นจะเข้มแข็งมากขึ้นก็ตาม แต่โคคา โคล่า ก็เพิ่มงบประมาณไปที่การโฆษณาทางโทรทัศน์ในจำนวลมหาศาล ออทธิพลของสื่อมวลชนแบบใหม่นี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วกลายเป็นที่เหมาะที่สุดที่จะใช้โฆษณาโคคา โคล่า

                และด้วยการเปลี่ยนแปลงภาษาที่ใช้ ภาพพจน์ และจังหวะ ดนตรีจึงกลายเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก นับจากดาราฮอลลีวู๊ดของปี 1930 และ 1940 เครื่องดื่มโค้กก็เปลี่ยนมาใช้นักร้องเพลงป็อปแทน ดาราเพลงป็อปที่ดังในช่วงนั้นจะมาโฆษณาให้โคคา โคล่า และปรากฏการณ์ของคนรุ่นใหม่ก็เกิดขึ้นเป็นจองแท้และมีความสำคัญยิ่ง จากอเมริกาสู่อังกฤษ จากฝรั่งเศสไปออสเตรเลีย จนถึงทุกประเทศที่มีขายโคคา โคล่า วัยรุ่นถูกปลุกให้ตื่นจะพูดจาด้วยภาษาที่กระชับขึ้น ตามแบบโฆษณาโค้ก

 

ไร้ขอบเขต

 

Image Hosting by PictureTrail.com

                ในช่วงปี 70 เกิดการโต้แย้งเกี่ยวกับความจริงที่แตกต่างจากคำสัญญาที่ขวดโค้กให้ไว้ ช่วงนั้นเป็นช่วงที่โค้กถูกโจมตีอย่างหนัก เป็นอีกครั้งที่โค้กจำเป็นต้องปรับภาพพจน์ใหม่ แม็คแคนจึงจัดการให้โคคา - โคล่าเป็นเครื่องดื่มสากลที่รวมเอาเด็กหนุ่มสาวเข้ามารวมกันโดยไม่แบ่งเชื้อชาติหรือเผ่าพันธุ์ จึงหมดยุคที่จะแบ่งโฆษณาออกเป็น 2 แบบ คือแบบขาวและแบบดำ ต่อไปนี้จึงมีแต่โฆษณาที่เด็กทุกเชื้อชาติ สีผิว ประสานมือกัน ร่วมดื่มและมีส่วนร่วมกัน ไม่ใช่เพียงแค่ความสุขจากการดื่มโค้ก แต่มีความรู้สึกเป็นพี่น้องกันอย่างแท้จริง

                ในปี 1971 โฆษณา ยอดนิยมถูกเผยแพร่ทั่วโลก โดยกล่าวถึงสิ่งที่คนหนุ่มสาวปรารถนา คือ โลกที่ไร้ขอบเขต ผ่านเด็กหนุ่มสาวที่สวมชุดประจำชาติของตนกว่า 30 ประเทศ ทุกคนยืนรวมกันบนเนินเขาแล้วร้องเพลงที่ได้รับการแต่งขึ้นมาใหม่ โดยภายในเนื้อเพลงมีเพียง 8 บรรทัด และไม่มีคำว่าโคคา โคล่าปรากฏอยู่เลย

                ภายในสัปดาห์แรกที่โฆษณานี้ได้เผยแพร่ แอดแลนต้าได้รับจดหมายจากเด็กวัยรุ่นกว่า 40,000 ฉบับ และเพลงนี้ก็ขึ้นสู่ความนิยม ซึ่งเพลงนี้ถูกแต่งโดยวง The New Single พวกเขาได้บริจาคเงินที่ได้รับจากการแต่งเพลงครั้งนี้ให้กับยูนิเซฟ โฆษณาชุดนี้ประทับใจคนทุกวัยและทำให้โคคา โคล่ามีความสามารถพิเศษในทางสากลได้อีกครั้งหนึ่ง

 

ชั่วนิรันดร์, เป็นอมตะ, ซุปเปอร์สตาร์

Image Hosting by PictureTrail.com

 

                โคคา โคล่ามีภาพพจน์ที่มีความเฉพาะของมันเอง เป็นสัญลักษณ์ของสิ่งที่ดีของความสนุกสนานและความสดชื่น คนทุกวัยนับล้าน ทุกเผ่าพันธุ์และสีผิว ที่อาศัยอยู่ในประเทศต่างๆ มากกว่า 150 ประเทศ เรียกร้องหามันด้วยภาษามากกว่า 80 ภาษาทุกวัน เช่นเดียวกับดาราภาพยนตร์ผู้ยิ่งใหญ่อย่างมาริลิน มอนโร, เจมส์ ดีน, จอห์น เวย์ โคคา โคล่าได้กลายเป็นอมตะ เป็นดาราสากลตามสิทธิ์ที่มันควรจะได้รับ คนมีชื่อเสียง เด็กในประเทศจีน ชาวอาหรับในทะเลทราย นักคริกเก็ตในออสเตรเลีย และนักท่องเที่ยวในอังกฤษต่างก็ดื่มมัน ช่วงพักที่สดชื่น

                ใครจะคิดว่า โคคา โคล่า และเทพีแห่งเสรีภาพซึ่งต่างก็ถูกนำออกสู่สาธารณชนเป็นครั้งแรกในปี 1886 เหมือนกัน จะมีหนทางของตัวเอง จนได้เป็นสัญลักษณ์ที่รู้จักกันไปทั่วโลก ในฐานะที่เป็นตัวแทนของวิถีชีวิตของคนอเมริกัน

                ผู้คิดค้นมันคือ ด๊อกเตอร์ จอห์น เพมเบอร์ตั้น จะคิดอย่างไรถ้าเขาได้เห็นความยิ่งใหญ่ของมันในตอนนี้ ถ้าเขารู้ว่าสิ่งที่เติบโตมาจากสูตรดั้งเดิมของเขาและคำอธิบายที่เขาให้แก่เครื่องดื่มเมื่อปี 1886 ที่ว่า อร่อยและสดชื่น นั้นได้กลายเป็นใจความสำคัญและเป็นภาพพจน์ที่คงอยู่ต่อมามากกว่า 100 ปี อีกทั้งยังเป็นสิ่งที่คนทั่วโลกถือว่าเหมือนกับตนเอง และในปัจจุบันจึงได้เป็นซุปเปอร์สตาร์ ต้องโค้กสิ